Historical-B

ฐานันดรรัก - A matter of Class//Mary Balogh

posted on 23 Dec 2012 20:43 by rapture in Historical-B directory Fiction
ขอก้อปปี้ข้อความที่เราเคยโพสต์ไว้ที่เพจ ซึ่งข้อความที่เราเขียนตอนนั้นเราพึ่งเริ่มต้นอ่าน ซึ่งไม่รู้เลยว่าเป็นการสปอย์ลตัวเองหลังจากอ่านเรื่องนี้จบไปโดยปริยาย 55555555555
 
 
 
รูปภาพ
 
 
ฐานันดรรัก - A matter of Class//Mary  Balogh
 
สนพ.  แก้วกานต์  ผู้แปล  กัญชลิกา
 
 
"เรื่องราวระหว่างชายหญิงต่างชนชั้น พระเอกเป็นลูกพ่อค้าแต่ร่ำรวยจำพวกเศรษฐีใหม่ ซึ่งพยายามปีนป่ายให้เทียบชั้นพวกผู้ดีที่แท้จริงส่วนนางเอกเป็นลูกสาวขุนนางมีบรรดาศักดิ์แต่ฐานะง่อนแง่น สองครอบครัวมีอาณาเขตติดกันแต่ก็ไม่เป็นมิตรกันตลอดสามสิบปีที่ผ่านมา จนนางเอกเพลี่ยงพล้ำก่อเรื่องฉาวจนพ่อต้องหาทางให้เธอแต่งงาน เข้าทางฝ่ายพ่อพระเอกที่ต้องการแก้แค้นที่เคยถูกดูถูกเหยียดหยาม จัดการให้พระเอกได้แต่งงานกับนางเอก ที่เหลือก็เป็นเรื่องของคนสองคนล่ะ ว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตที่เหลือของการแต่่งานที่ปราศจากความรักค้ำจุน"
 
 
หลังจากอ่านจบและคิดแล้วคิดอีกเราไม่สามารถเขียนต่อไปได้มากไปกว่านี้ค่ะ เพราะธรรมชาตินิสัยของเราเมื่อเขียนรีวิวจะไม่พยายามสปอย์ล บอกได้เพียงว่าการกระทำของนางเอกและพระเอกมีเหตุผลบนสติปัญญาที่เฉียบแหลมและเสียงต่อความเสียหายอย่างกล้าหาญ แม้หนังสือเรื่องนี้จะบางและพลอตตามสูตรของย้อนยุคแต่การหักมุมในตอนท้ายเรื่องจนหลอกเราได้สำเร็จ เราขอยกให้เป็นหนังสือที่สนุกมากของแมรี่ บาล็อกเป็นอันดับต้น ๆ ค่ะ
 
คะแนนความพอใจ  7+
 
 

ขอแค่รัก - One Perfect Rose : Mary Jo Putney

posted on 05 Aug 2012 13:06 by rapture in Historical-B directory Fiction

หนังสือเล่มที่สี่ของแมรี่ โจ ที่เคยได้อ่านและเป็นนักเขียนแนว Regency Historical ที่เรายกให้เป็นอันดับต้น ๆ ในใจเสมอมาค่ะ จากประสบการณ์แล้วเนื้อหาในหนังสือของแมรี่ โจ จะหนักอึ้ง จนบางครั้งอ่านไปก็ให้รู้สึกอึดอัดถึงขั้นอ่านยาก แม้พลอตจะคล้ายคลึงกันเน้นไปที่พระเอกเป็นขุนนางแน่นอนว่าถูกเลี้ยงดูโดยพ่อที่เข้มงวด ลงไม้ลงมือ ทำอย่างไรก็ไม่เคยเป็นที่พอใจของพ่อ พระเอกของแมรี่ โจจึงเป็นชายหนุ่มที่สุภาพแต่เย็นชารักใครไม่เป็นเพราะตลอดชีวิตของเขาไม่เคยถูกสอนให้รู้จักรัก แต่ท้ายสุดสำหรับเราแล้วเมื่ออ่านจบมันก็เต็มอิ่มหัวใจและคุ้มค่ามากค่ะ

ขอแค่รัก - One Perfect Rose : Mary Jo Putney

ผู้แปล  เกสิรา  สนพ. เกรซ

เรื่องนี้เป็นนิยายอันดับที่เจ็ดของชุด Fallen Angels เล่าย้อนให้รู้กันนิดหนึ่งว่าชุดนี้มีหลายแห่งแปลค่ะ สนพ.อินเลิฟแปลเล่มแรก Thunder and Roses เล่มที่สี่ แก้วกานต์ แปล  Angel Rogue ส่วนที่เหลืออันดับสองและสามน่าจะเป็นฟองน้ำแปลค่ะ เราขี้เกียจหาข้อมูลแต่ก็รู้สึกจะเคยอ่านผ่านตาบ้าง

เล่มนี้เปิดเรื่องได้ประทับใจมากกล่าวถึงเด็กหญิงไม่กี่ขวบถูกทิ้งอาศัยเก็บคุ้ยเศษอาหารในขยะประทังชีวิตไปวัน ๆ จนกระทั่งมีชายหญิงคู่หนึ่งเมตตารับหนูน้อยเป็นลูกบุญธรรมต้องอ่านเองจะรู้สึกเลยว่าหนูน้อยคนนี้เอาตัวรอดได้เก่งและมีไหวพริบดีมาก

สตีเฟน เอ็ดเวิร์ด เคนยอน ดยุคแห่งแอชเบอร์ตันที่ห้า กำลังจะตายภายในสามเดือนตามที่หมอประจำตัวบอกว่าเขาเป็นโรคร้ายแรงที่อาจทำให้ถึงตายได้ สตีเฟนทำใจยอมรับว่าเขาใกล้ตายได้ยากลำบากมีเพียงสติที่ได้รับการสั่งสอนอย่างเข้มงวดของพ่อเท่านั้นที่ทำให้เขาเริ่มจัดการกับตารางชีวิตที่เหลือของตัวเองใหม่ มีสัจจะธรรมของคนอยู่อย่างหนึ่งล่ะว่าถ้ารู้ตัวว่าใกล้ตายคนเรามักอยากจะทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำหรือไม่มีสิทธิ์จะทำได้ ตลอดชีวิตสตีเฟนประพฤติตัวตามกรอบธรรมเนียมของขุนขางชั้นดยุคอย่างเคร่งครัด ในเมื่อมีเวลาเหลือเพียงน้อยนิดสตีเฟนจึงต้องการสลัดคราบดยุคผู้เคร่งขรึมเดินทางท่องเที่ยวในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่มีความตั้งใจเต็มเปี่ยมที่จะสนุกกับชีวิตทุกนาทีที่เหลืออยู่แค่สตีเฟน แอช ชายสามัญชนธรรมดา

สตีเฟนได้เห็นโลกสองใบที่แตกต่างกันเมื่อเขาได้เป็นส่วนเล็กน้อยส่วนหนึ่งของคณะละครเร่ฟิทเจอร์รัลที่อบอุ่นและเป็นมิตร อย่างน้อยพวกเขาก็มีอิทธิพลมากพอที่จะทำให้ชั่วขณะหนึ่งเขาได้หยุดคิดปัญหาสุขภาพของตัวเอง การดำรงยศดยุคเป็นสถานะที่สตีเฟนกลายเป็นชายหนุ่มที่หยิ่งทนงและเหินห่างขาดเพื่อนสนิทแทบจะอยู่เพียงลำพังแต่เวลาสั้น ๆ ที่เขาได้คลุกคลีกับนักแสดงละคร เขามีความสุขที่สุดกว่าในอดีตที่ผ่านมารวมกันหลายสิบปีเสียอีก มันเริ่มจากการที่เขาได้ช่วยเหลือน้องชายของโรซาลินด์รอดตายจากการจมน้ำจนตัวเองได้รับบาดเจ็บ มิตรภาพเล็ก ๆ ระหว่างเขาและโรซาลินด์ได้เริ่มก่อตัวขึ้นจากจุดนี้เอง

พัฒนาการของคู่นี้ค่อยเป็นค่อยไปค่ะ มีทั้งความปรารถนาที่เร่าร้อนและมิตรภาพให้แก่กันแต่ต่างฝ่ายต่างพยายามรักษาระยะห่างโรซาลินด์เข้าใจว่าเร็ว ๆ นี้เขาต้องกลับไปที่ ๆ เขาจากมา สตีเฟนยิ่งยับยั้งชั่งใจได้ยากกว่าเพราะเขาคนเดียวที่รู้ว่าปัญหาจริง ๆ อยู่ที่ตัวเขาเอง หากเขามีอนาคตร่วมกันกับโรซาลินด์ได้คงดีแต่มันไม่ยุติธรรมกับเธอนักในเมื่อเวลาที่จะมีความสุขด้วยกันเหลือน้อยลงทุกทีแล้วนอกจากว่าเขาจะคว้าโอกาสของเวลาที่เหลืออยู่มีความสุขกับเธอ บอกความจริงและให้โรซาลินด์เป็นคนเลือกเอง

แล้วโรซาลินด์จะทนได้ไหมที่จะปล่อยให้สตีเฟนเผชิญความตายเพียงลำพัง หรือจะไขว่คว้าช่วงเวลาสั้น ๆ มีความสุขด้วยกันเก็บเกี่ยวความทรงจำดี ๆ ไว้เยียวยาตัวตัวเองหลังจากที่เขาจากไป แล้วยิ่งสตีเฟนเปิดเผยตัวเองว่าเป็นดยุค เด็กกำพร้าที่เติบโตมากับคณะละครเร่จับผลัดจับผลูได้แต่งงานกับ ดยุค  ยิ่งต้องฝ่าด่านดงสังคมผู้ดีและญาติ ๆ ของเขาอีกเท่าไหร่ เธอจะทำได้ดีแค่ไหน มีเรื่องใหญ่ ๆ ให้คิดเยอะเหลือเกิน

โดยรวมแล้วเรื่องนี้เรียบง่ายแต่ก็งดงามและละเมียดละมัย มีฉากบางฉากที่สะเทือนอารมณ์เรียกน้ำตาได้คลอเบ้า ชอบนิยามความรักของสเตเฟนที่เขาบอกโรซาลินด์ว่า “ผมคิดว่าความสามารถในการเรียนรู้ที่จะรัก ต้องทำตั้งแต่ยังเป็นเด็ก มิฉะนั้นคนผู้นั้นก็ไม่อาจเข้าใจมันได้”

 

 

คะแนนความพอใจ 8

การมีหนังสือนิยายเล่มหนาบ้างเล่มบางบ้างก็มีข้อดีเหมือนกันนะ มีเหมือนกันที่บางครั้งเราตัดสินใจหยิบมาอ่านเพราะมันเป็นเล่มบาง ใช้เวลาแค่วันเดียวก็อ่านจบ ไม่สนใจดูว่าเป็นใครแต่งขอให้มีอะไรให้อ่าน ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงเบื่อ ๆ ไม่อยากอ่านเนื้อหาเครียด ๆ แต่ที่บ่นไปไม่เกี่ยวกับนิยายที่จะอัพบลอกวันนี้หรอกค่ะ  เพียงเกิดความรู้สึกวูบหนึ่งขึ้นมาว่าชอบจังที่มีนิยายเล่มบางไว้อ่านคั่นเบรคคลายเครียดบ้าง

 

 รูปภาพ

 คริสต์มาสฝันรัก -A Christmas Bride///Mary Balogh

ผู้แปล: มัณฑุกา  สนพ.  แก้วกานต์  พิมพ์ปี  2555

 

‘คริสต์มาสฝันรัก’ เป็นหนังสือเเล่มที่ 5 และเป็นเล่มสุดท้ายของชุด ดาร์คแองเจิล เป็นเรื่องราวของเอ็ดการ์ พี่ชายของคอร่า นางเอกในเล่มที่ 3 วีรสตรีจอมเปิ่น  ซึ่งเราคงจะพอรู้แล้วว่าครอบครัวดาวน์เป็นตระกูลที่ร่ำรวยขึ้นมาจากธุรกิจค้าขายไม่ได้มีชาติตระกูลสูงส่งแต่ เอ็ดการ์ ดาวน์ ลูกพ่อค้าบ้านนอกไม่เคยคิดว่าตัวเองต่ำต้อยเขารวยล้นฟ้าไม่น้อยหน้าขุนนางชั้นสูง จะว่าไปการที่น้องสาวของเขาได้แต่งงานกับลอร์ดฟรานซิส ก็ได้ช่วยส่งเสริมสถานะครอบครัวของเขาให้เป็นที่ยอมรับได้มากเอาการ ดังนั้นในวัยสามสิบหกปี เอ็ดการ์ก็พร้อมแล้วที่จะเริ่มมองหาเจ้าสาวซึ่งต้องเป็นลูกผู้ดีมีสกุลที่เหมาะสมสักคนเพื่อขอแต่งงาน การมีน้องเขยเป็นเพื่อนสนิทกับขุนนางชั้นสูง ยิ่งช่วยถากถางทางให้เอ็ดการ์ก้าวเข้าสู่สังคมผู้ดีได้ง่ายดายขึ้น นอกจากรูปร่างหน้าตาที่เตะตาสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งหลายแล้วเอ็ดการ์เป็นชายหนุ่มที่มีลักษณะเชื่อมั่นเหย่อหยิ่งและจองหองราวกับเป็นขุนนางคนหนึ่งจึงไม่ใช่เรื่องยากที่เขาดึงดูดสายตาเลดี้ เฮเลน่า ตั้งแต่พบกันครั้งแรก

เฮเลน่า เป็นม่ายสามีตายสิบกว่าปีที่เธอครองตัวเป็นโสดสังคมผู้ดีจะรู้จักเธอเป็นอย่างดีว่าเฮเลน่าไม่เคยชื่นชอบกฎระเบียบของสังคมที่เคร่งครัด  เธอมีความคิดเป็นของตัวเองในรูปแบบที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าลองแค่เห็นเอ็ดการ์แว่บแรกเธอก็ตัดสินใจว่าเขาเป็นเหยื่อโอชะที่น่าลิ้มลองซะแล้ว แต่การชิมของเธอเป็นไปอย่างมีแบบแผนเป็นขั้นเป็นตอน ไม่ใช่เป็นไปอย่างตะกละตะกรามนะคะ พูดได้เต็มปากล่ะว่าเธอเป็นฝ่ายล่อลวงเขาขึ้นเตียงก่อนแต่ก็ด้วยความสมยอมของเอ็ดการ์เป็นทุนเดิมด้วย ตอนอ่านฉากนี้เราก็ตกใจค่ะว่าทำไมเรื่องนี้ลงเอยกันเร็วจัง ทั้งที่การกำหนดคาร์แรคเตอร์ของเฮเลน่าก็ไม่ได้มีแนวโน้มเอียงไปทางแม่ม่ายอารมณ์เปลี่ยวเหงาแต่อย่างใดหนำซ้ำเธอเป็นผู้หญิงที่ไม่ยอมตกอยู่ใต้อาณัติของใคร ทำทุกอย่างตามความพอใจของตัวเองเป็นหลัก มีประเด็นค่ะต้องค่อย ๆ อ่านอย่างใจเย็น

ฝ่ายเอ็ดการ์ถึงแม้จะพอใจกับค่ำคืนที่ดีเลิศกับเฮเลน่า แต่เธอก็ไม่เคยอยู่ในรายชื่อหญิงสาวที่เขาคิดจะเกี้ยวพา เอ็ดการ์เดินหน้าเสาะหาว่าที่เจ้าสาวทุกงานเลี้ยงที่เขาได้รับเชิญ หลังจากตัดสินใจเด็ดขาดที่จะไม่สานต่อความสัมพันธ์กับเฮเลน่า เขาปฏิเสธมิตรภาพแบบเพื่อนที่เธอเสนอให้ เฮเลน่าโกรธแค้นที่เอ็ดการ์ปฏิเสธ เธอก็รักอิสระเกินกว่าจะคิดแต่งงานใหม่เธอเพียงแต่หวังว่าพวกเขาจะยังเป็นเพื่อนกันต่อไป นับแต่ตกพุ่มม่ายเฮเลน่าก็โดดเดี่ยวและแทบไม่มีมิตรแท้ไว้คบหาคลายเหงาเลย แต่ความจริงที่เอ็ดการ์ไม่บอกเฮเลน่าก็คือว่า เขาซื่อสัตย์กับตัวเองเกินกว่าจะตอบรับมิตรภาพของเธอ ทำใจไม่ได้ว่าระหว่างที่เขาหาเจ้าสาว เขายังคงเป็นเพื่อนของเธอควบคู่ไปด้วย มันไม่ถูกต้อง เอ็ดการ์ต้องการตัดเธอให้ขาดทั้งการกระทำและคำพูดของเอ็ดการ์บอกชัดเจนว่าคืนนั้นไม่มีความหมายสักนิดสำหรับเขา เฮเลน่าจึงร